2006/Apr/23

โอ๊ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย ให้ตายเหอะ ชั้นไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่า

1. วิทย์ - คณิต มันจาเรียนหนักขนาดนี้

2.วลีพันธ์ แมร่งมีความสามารถพิเศษทำให้ขนลุกได้ทั้งๆที่อากาศร้อนตับจาแตก

3.งานแมร่งเยอะขนาดนี้เลยหรอ เวลาจานอนยังมะมีเล้ยยย

มีอารัยที่อยากจาระบายเยอะแยะ แต่ไม่อยากให้คนที่เข้ามาเครียดไปกะเรา

อ่านต่อเลยละกันเนาะ

หลังจากนั้นสามสี่วันเห็นจะได้ เราจะโดดเรียนไปดูหนังที่เดอะมอลล์ จำได้ว่าวันนั้นขี้เกียจเรียนมากมายไม่อยากเรียน

แต่เพื่อนไม่ยอมไปด้วยเพราะมันมีเช็คชื่อ แล้วอีกคนก็ไม่โดดเพราะมาจะรอแฟน เราเลยยิ่งเซ็งจึงเดินออกมาจากห้อง

ด้วยความที่ไม่มีรถ เราก็ลงมานั่งทำหน้าตูด อยู่ที่ใต้ตึก H (อีกแล้ว) รอเพื่อนเผื่อจะเปลี่ยนใจลงมา สิบนาทีก็แล้ว ก็ไร้เงาพวกมัน

ยี่สิบนาทีก็ยังไม่มี พอครบครึ่งชั่วโมงความอดทนเราก็ถึงจุดจบ เราเดินออกไปทางมหา'ลัย เพื่อจะไปเรียกแท็กซี่แถวๆนั้น เพราะ

ทางนี้ไม่ค่อยมีรถผ่าน ระหว่างที่เดินไป ก็ต้องผ่านสะพานข้ามคลอง เราก็เจอพี่ซัน อีกแล้ว เราแกล้งทำไม่เห็นเขา เพราะคราวนี้

เขาเดินมากับเพื่อนกลุ่มใหญ่ มีสาวๆด้วย เราคิดเองว่า ในนั้นต้องมีแฟนเขาชัวร์ เราเลยงดเว้นการกวนทีนหนึ่งวัน.....บวกกับ

ความเศร้าจากการโดนเพื่อนทิ้งเลยทำให้ต่อมกวนหยุดทำงานชั่วขณะ แต่เขาก็เห็นเราตนได้ ระหว่างที่เราก้มงุดๆ เอาหน้าเซ็งๆ

เพราะเบื่อโลกแอบสายตาเขาอยู่ เขาก็วิ่งมาดึงหนังสือในมือไปช่วยถือ

" เป็นไรไปเรา...เพื่อนล่ะคะ เอ้ย เดี๋ยวๆๆ น้องว่านไม่สบายเปล่า ทำไมวันนี้ซึมๆ ไม่แกล้งพี่ด้วย "

อ่า...มาทำรู้ดีแฮะ....อยากโดนนักรึไงแกล้งเนี่ย หนอย ทำมาทัก " เปล่านี่ กลัวแฟนพี่ซันโกรธเลยไม่แซว...กำลังจะกลับบ้าน"

เราตอบไปแบบไร้อารมณ์จนไม่มองหน้าเขา " แฟนอะไรไม่มีเลย นี่ขับรถไหวมั๊ย เอ้ย พี่ว่าวันนี้เราแปลกมากเลยนะคะ

เดี๋ยวเอางี้ พี่ไปส่งที่รถนะ" เขาถามเราพร้อมกับเดินตามเราไปด้วย....สงสัยไอ้อาการหงอยเป็นหมาของเราวันนั้นมันจะมากจริงๆ

นะล่ะ " พี่ซันไปกะเพื่อนเหอะ เดี๋ยวเพื่อนรอไม่ต้องไปส่งหรอก เราไม่ได้เอารถมา เดี๋ยวรอแท๊กซี่ตรงนี้ล่ะ ไปเหอะ"

เราไล่เขาเสียงเริ่มส่อเค้าว่า....กรูรำคาญมากๆ จะไปใหนก็ไป๊ " อ้าว...อืมเอางี้ละกันรอตรงนี้นะ เดี๋ยวพี่ไปส่งเราที่บ้านเอง....ขอ

ไปเอาของที่เพื่อนก่อน แป้บบบนึงนะคะ "

ขอจบใว้ตรงนี้ก่อนนะ ง่วงนอนมั่กมาก

บะบายน้า

2006/Apr/12

ฮิ้บบฮิ้ววววววววววววววววว

หลังจากที่ร้อนกันมานานแสนนาน

ในที่ซุ้ดดเทศกาลสาดน้ามาก้อมาถึงแว้ววววววววววว

ชุ่มชื่นจัยกันจังเยยยยย

แต่ขอเตือนใว้นะ

สงกรานต์มันคือประเพณีคลายร้อนของคนไทย

มันไม่ใช่สงครามนะ

ทำไมถึงมีคนตายล่ะ

ฝากเตือนใว้เท่านี้ล่ะ

มาต่อกันเลยละกานนน หุหุ

ขอให้ไม่ใช่เหอะว่ะ....เราอึ้งและนึกในใจแบบนี้ เมื่อมั่นใจแล้วว่า คนที่เพื่อนชี้คือ....."เขา" เขาคนนั้น....ผู้เป็นเหยื่ออัมหิตจากปลายเข็มกลัดของกรูวันก่อนนั่นเอง.....

จะไม่มั่นใจได้ไง......ในเมื่อตรงนั้น มีแค่หมาตัวนึงนอนอยู่กับเขาที่กำลังเดินข้ามมายังฝั่งที่พวกเราอยู่! ถ้าไม่ใช่เขาแล้วไซร้ ชะรอยเพื่อนเราจะชมหมา..... ซึ่งมันก็ไม่ได้ผมยาว ขาว ตี๋ ตรงใหน.........โธ่ เพื่อนๆ นัยน์ตาแวบวับเป็นประกายกันใหญ่....ระหว่างที่เขาเดินเข้ามาใกล้ ส่วนเรา.....นัยน์ตาไม่แวบวับแต่นัยน์ตาอยากรู้ทอประกายเจิดจ้า เพราะอยากรู้มากว่าเขาจะทำยังไงเมื่อเจอเราจังๆ

" หล่อเนาะ น่ารักว่ะ " เสียงเพื่อนยังคงกระซิบกระซาบ เมื่อเขาเดินผ่านมาใกล้ๆ โต๊ะที่เรานั่ง

" หล่ออะไร ห่วย!!!!! " เสียงเราดังจน.......จนทุกโต๊ะใต้ตึกหันมามองเป็นตาเดียว รวมทั้งเขาด้วย เขาหันมามองเราด้วย สีหน้าไม่ดีเหมือนวันก่อน " โฮ้ะๆๆ คงเสียหน้าล่ะสิ เจอด่ากลางตึก สม " เราคิดในใจ พร้อมกับเป่าฟองสบู่เล่นต่อ โดยที่ไม่คิดจะหลบเขาแม้แต่น้อย แล้วเขาก็เดินมาหาเรา บอกได้เลยว่าความรู้สึกตอนนั้นมันวาบๆ ใจนึงก็อยากรู้ว่า จะทำอะไรว้า ต่อยกรูแหง อีกใจก็กลัวว่าเขาจะมาด่าเรื่องรถ เขาเดินมาหยุดตรงหน้าเรา.....แล้ว.....ยิ้ม!!!

" นี่เธอ เกลียดพี่มากเลยหรือไง....เจอกันอีกแล้ว จำได้ไหม ชื่ออะไรล่ะ พี่ชื่อซันค่ะ"

เอ่อ.....ท่ามกลางความเหวอของเพื่อนและความสับสนของเราว่ามันจะมามุขใหนของมันอีกเนี่ย เราเลยแกล้ง....เป่าฟองสบู่ใส่เขา....อย่างหน้าตาเฉย ( ก็บอกแล้วว่าเรากวนตรีนมากๆ ) หูยยย.บับเบิลน้อยลอยละล่อง.......โดยมีหน้าขาวๆ ใสๆ ของเขาเป็นแบ็คกราวน์

" หุหุ ว่าแต่ว่า เป็นตุ๊ดเหรอถึงได้พูดค่ะ " เราปากไวกว่าความคิด กวนเขาไปอีกแล้ว

" ฮ่าๆ " เค้าหัวเราะกลับ " ร้ายจริงๆ อยากรู้ว่าตุ๊ดรึเปล่า.....จะลองไหมล่ะ "

เชดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด ลูบคมเราอีกแล้ว.....คราวนี้เล่นมุขกวนขนาดนี้เก็บใว้ไม่ได้แน่ๆ ขอเล่นไอ้หน้าใสสักหน่อยเหอะ

เรากำลังจะเดินไปหาเรื่องเขาต่อ แต่เพื่อนคงรู้ทันดึงแขนเราใว้ใหญ่

" ไม่เอาน่าว่าน พี่เขาน่ารักออก เขาพูดดีด้วยนะแก"

" อ๋อ ชื่อน้องว่านหรอคะ.....ดีค่ะ ชื่อน่ารักดี แล้วค่อยคุยกันนะ พี่ไปเรียนก่อน "

ยัง........ยังหน้าตายไม่เลิก.....มันน่าจะตายไปเลยด้วยซ้ำ....ฮึ่มๆๆๆ เราโกรธมาก โกรธทั้งเขา โกรธทั้งเพื่อน....วันนั้นเราไม่เรียนต่อ เราขับรถกลับบ้านทันที และด้วยความที่เราโมโหอยู่ ตอนกลับบ้าน....เราก็ขับไปชนมอเตอร์ไซค์ล่ะ งืดๆ ( ซวยมาก ) ทำให้วันต่อๆมาของเรา ต้องมแม่มาส่ง ส่วนตอนกลับบ้าน ไม่เพื่อนขับรถไปส่งก็ต้องนั่งแท็กซี่กลับบ้านเอง

จบใว้ก่อนเน้อ ไปสาดน้ามต่อ อิอิ

อย่าลืมติดตามกันต่อน้า

ป.ล พี่เภาโทมาหาเมือคืนเว่ยยยย ปามาน 5 ทุ่มก่าๆ เค้ายังไม่ลืมกุเว่ยย น่ารักว่ะ คริคริ

ป.ล2 คัยที่อ่านไม่รุเรื่องน้า ย้อนกลับไปอ่านเอนทรีที่เขียนว่า "อยากมีสาระกะเค้าม่างง" อันนั้นแหละ เริ่มเรื่อง รับรองหนุกหนาน

2006/Apr/08

วันนี้ไปฟิวส์มาแหละ กะจาไปดูหนังแต่ปรากฎว่าเราต้องไปนั่งหายใจทิ้ง

ในแบงค์เปนชั่วโมงอ่า แมร่งงง อดดูหนังเล้ยย

เพื่อไม่ให้เปนการเสียเวลาต่อเลยละกาน

อิอิ

วันนั้นทั้งวัน เรากระวนกระวายเพราะรู้สึกไปเองว่าโดนลูบเหลี่ยมมา หาทางคิดใหญ่เลยว่าถ้ากลับไปที่รถเจอเค้าอีก ฉันจะทำ

ยังไงวะเนี่ย คิดแก้แค้นสารพัดสารเพ พอปรึกษาเพื่อนๆ เพื่อนก็ดีแสนดีกลับบอกว่าอยากมาดูมากๆเพราะเราไม่เคยชมใครว่าหล่อ

แต่ดันไปบอกเพื่อนๆว่า " เฮ้ย มะเช้า ชั้นเจอไอ้หล่อคนนึงมันกวนทีนว่ะ " บ่ายนั้นเลยมีเราและเพื่อนสาวๆ เดินมาที่รถด้วยมา

เป็นโขยงเพื่อมาดูไอ้หล่อคนที่เราพูดถึง รถเขายังจอดอยู่ที่เดิม แต่เขาไม่อยู่ เราเดินวนสำรวจ จดจำป้ายทะเบียนและก็.............

แอบส่องกระจกดูข้าวของภายใน เรียบร้อยใช้ได้เลยต่างกับรถเราโดยสิ้นเชิง ซึ่งกว่าจะหาที่นั่งได้แต่ละที เพื่อนๆก็ต้องเสี่ยงต่อ

การนั่งทับของราวกับต้องระแวดระวังกับดักที่วางใว้ในสนามรบ หลังจากที่สำรวจรถและสำรวจสภาพแวดล้อมแล้ว และพยาน

แวดล้อมแล้ว.........เราก็ตัดสินใจทำอะไรอย่างนึงลงไป ( ขอบอกว่าเลวมากค่ะ พฤติกรรมเราในช่วงนั้น )

ถะ ถะ ถถถถถ ถูกต้องนะคร๊าบบบ.....เราถอดเข็มมหา'ลัย เพื่อกรีดรถเขาด้านที่ติดกับรถเรา....กรีดตรงประตูสีดำว่า

Thanks ka ไม่บอกก็รู้.....ว่าเขารู้แน่ว่าใครทำ เย็นวันนั้นเราก็กลับบ้านไปพร้อมๆ กับเสียงเพื่อนที่ประนามและประจานการ

กระทำของเรา.... ( แต่นั่นคือครั้งแรกและครั้งเดียวล่ะที่เราทำลายของคนอื่น อิอิ เชื่อป่ะ )

อีกวันเราไม่มีเรียน.....และวันถัดมาเราก็ไม่เจอเขาอีกเลย จนสองอาทิตย์ต่อมา เรามีเรียนที่ตึก H ตอนเลิกเรียนระหว่างรอเพื่อน

อีก Section นึงลงมาให้ครบแกงค์ เราเล่นเป่าฟองสบู่กับเพื่อน ( บอกก่อนว่ามันคืองานหลักของเราเลย ตอนนั้นเล่นมันทุกวัน

ใครอยู่รหัสปี 41 เจอคนเล่นฟองสบู่แบบนี้แล้วในกลุ่มมีสาวสวย 4 กับหนุ่มหล่อๆ อีก 2 และที่หน้าเหมือนหมาอีกคนนั่นล่ะกลุ่ม

เรา ) แล้วก็วิ่งไล่ฟองสบู่เล่นกันอยู่ ท่ามกลางสายตางงๆ และด่าในใจของคนผ่านไปมาที่เห็นเด็กสามสี่คนเอาถ้วยใส่น้ำสบู่แอบ

เก็บใว้ในกระเป๋าหลุยส์หนมจีบ ( แอบยามเดี๋ยวเจอริบ ) กับถือหลอดที่ตัดเป็นแฉกๆ จุ่มน้ำสบู่แล้วเอามาเป่า เป็นฟองใส่หัวเพื่อนๆ

กรี๊ดกร๊าด ราวกับคนบ้า.....

เพื่อนซี้เราคนนึง ที่มันมีสายตาเป็นเรดาห์จับจ้องหนุ่มหล่อได้ในระยะกว่าร้อยเมตร.....ก็ดังขึ้น

" เฮ้ย พวกแก ดูคนนั้นดิๆๆๆ....ที่เดินอยู่ฝั่งนั้นน่ะๆๆๆ "

" ใหนวะๆ " เสียงพวกเราประสานกัน.....ส่วนสายตาก็มองหาที่มาต้นตอของสิ่งที่เพื่อนชี้ให้ดู

" นั่นไงแก.....ที่ถือหนังสืออยู่ไง ผมยาวๆ ขาวๆ หล่อมาก กรี๊ดดดด "

เชดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

ป.ล โอ้ววว อารายกานที่ทำให้นางเอกของเราอุทานได้ถึงขนาดนี้ เค้าคนนั้นจะใช่พี่ที่โชคร้ายคนนั้นรึป่าว ติดตามชมตอนต่อปาย